บทที่ 3 ข้อระวังในการเขียนประโยค
1. ประโยคไม่สมบูรณ์
1.1 ประโยคซ้อนไม่สมบูรณ์
ตัวอย่าง ต้นไม้หน้าบ้านใกล้+จะล้มแล้ว
1.2 ประโยคความรวมไม่สมบูรณ์
ตัวอย่าง การตั้งใจเรียนนอกจากจะทำให้มีผลการเรียนดี+และยังได้ความรู้ไปประกอบอาชีพด้วย
2. ประโยคไม่ชัดเจอ
2.1 การใช้คำหรือรูปประโยคที่กำกวม
2.1.1 ความกำกวมที่เกิดจากคำ
ตัวอย่าง สาวจะนั่งรถไปเลยหรือ ต้องแก้เป็น สาวจะนั่งรถไปทันทีเลยหรือ
2.1.2 คำกำกวมที่เกิดจากรูปประโยค
ตัวอย่าง เดือนไม่สวยเหมือนพี่สาว ต้องแก้เป็น เดือนสวยน้อยกว่าพี่สาว
2.2 การวางส่วนขยายไม่เหมาะสม
ตัวอย่าง พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ แก้ พะยูนเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่เลี้ยงลูกด้วยนม
2.3 การละคำหรือกลุ่มคำอย่างไม่เหมาะสม
ตัวอย่าง น้อยวิ่งชนนิดตกบันไดหัวแตก แก้ น้อยวิ่งชนนิดจนน้อยตกบันไดหัวแตก
2.4 การใช้คำหรือข้อความที่ขัดแย้ง
ตัวอย่าง เมื่อโรงเรียนเลิกนักเรียนต่างพากันทยอยวิ่งกรูออกจากห้องเรียน ต้องใช้ คำใดคำหนึ่ง
2.5 การเว้นวรรคผิด
ตัวอย่าง
สอนลูกหลานให้มีนิสัยทำบุญ รักวัน รักพระแก่ แล้วจะได้มีศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ
แก้เป็น สอนลูกหลานให้มีนิสัยทำบุญ รักวัน รักพระ แก่แล้วจะได้มีศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ
3.ประโยคไม่สละสลวย
3.1การใช้คำไม่สมดุลกัน
ตัวอย่าง นักศึกษาบางคนก็เข้าห้องสมุด บ้างก็ไปศุนย์กีฬา
นักศึกษาบางคนก็เข้าห้องสมุด บางคนก็ไปศุนย์กีฬา
ปล.บางหน้า+บางหลัง , บ้างหน้า+บ้างหลัง
3.2การใช้คำซ้ำกันอย่างไม่เหมาะสม
ตัวอย่าง สิรีดื่มชาเขียวเป็นประจำเพราะสิรีรู้สึกว่าชาเขียวทำให้สิรีดูทันสมัย
แก้เป็น สิรีดื่มชาเขียวเป็นประจำเพราะรู้สึกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ทำให้เธอดูทันสมัย
4.ประโยคฟุ่มเฟือย
4.1การใช้คำหรือกลุ่มคำที่ไม่ได้ให้ความหมายเพิ่มเติม
คำฟุ่มเฟือยได้แก่ มีการ มีความ ให้การ ให้ความ ทำการ อยู่หน้ากริยา
ตัวอย่าง เราทุกคนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านประธานให้ความสนใจโครงการนี้
แก้เป็น เราทุกคนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านประธานสนใจโครงการนี้
4.2การใช้ส่วนขยายที่มีความหมายซ้ำซ้อนกับคำหลัก
ตัวอย่าง เรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง
คำว่า เรื่องจริง , ที่เกิดขึ้นจริง ๆ มีความหมายเหมื่อนกัน ควรเลือกคำใดคำหนึ่งเช่น
เรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ
4.3 การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่าง เขารับรองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีการทุจริตคดโกงเกิดขึ้น
คำว่า ทุจริต , คดโกง มีความหมายเดียวกัน ควรเลือกใช้คำใดคำหนึ่ง
ตัวอย่าง เรารับรองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น
5.โยคไม่สอดคล้องกัน
5.1การใช้คำที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึก คำว่า ได้ , ต้อง
ตัวอย่าง ภรรยาของเข้ารู้สึกดีใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าเขาจะต้องเลื่อนตำแหน่ง
ต้อง เป็นคำที่แสดงถึง จำใจทำ ไม่มีความสุข โดนบังคับ , ได้ ใช้ในลักษณะยินดีที่ได้ทำ เป็นต้น
แก้เป็น ภรรยาของเข้ารู้สึกดีใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าเขาจะได้เลื่อนตำแหน่ง
5.2การเขียนประโยคไม่สอดคล้องกันตามระเบียบของภาษา
ตัวอย่าง
เมื่อกลมบอกครูว่าเพื่อนทุจริตในการสอบ แทนที่ครูจะขอบใจและชมเชยเธอ กลับถูกตำหนิว่าช่างฟ้อง
แก้เป็น แทนที่ครูจะขอบใจและชมเชยเธอ กลับตำหนิเธอว่าช่างฟ้อง
ปล.ถ้าไม่แก้คนที่โดนตำหนิจะเป็นคุณครูแทนจากรูปประโยค
5.3 การสุมหรือกลุ่มคำ
ตัวอย่าง เขายังหาทางที่จะบอกเรื่องนี้แก่เธอได้อย่างไร
แก้เป็น เขายังหาทาง/วิธีที่จะบอกเรื่องนี้แก่เธอ
6.ประโยคที่ใช้ภษาต่างระดับ
องค์ประกอบของระดับ
1.สถานภาพของผู้พูดและผู้ฟัง
2.สัมพันธภาพระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง
3.โอกาศและสถานที่
4.เรื่องที่พูด
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ทบทวนวิชาภาษาไทย TH103 บทที่ 2
1. ประโยคคืออะไร ประโยคคือกลุ่มคำที่บอกว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อใคร เพราะอะไร
2. ชนิดของประโยค ประโยคมี 3 ชนิด
2.1 ประโยคความเดียว
ตัวอย่าง นักศึกษากลุ่มนี้ขยันมาก
ปล.กริยาของประโยคได้แก่ ขยัน เป็น สิ้นสุด คิดทำลาย ช่วยสมาน คือ ตามลำดับ
2.2 ประโยคความรวม
ตัวอย่าง เขาขาดเรียนบ่อยจึงเรียนไม่ทันเพื่อน
เขาขาดเรียนบ่อย = ประโยคความเดียว , จึง = คำเชื่อม , เรียนไม่ทันเพื่อน = ประโยคความเดียว
ปล.คำเชื่อมของประโยคได้แก่ จึง ถ้า นอกจาก ถึงแม้ว่า_ก็ แต่ ตามลำดับ
2.3ประโยคคำซ้อน คือประโยคความเดียวที่มีความสำคัญไม่เท่ากันซ้อนกันอยู่
ตัวอย่าง กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก
กล้วย = ภาคประธาน , เป็นผลไม้ = ภาคแสดง , ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก = ส่วนขยายภาพแสดง
3. การเรียบเรียงประโยคความเดียว
3.1 การเรียบเรียงประโยคความเดียว
ประโยคความเดียว = 1 ภาคประธาน + 1 ภาคแสดง (อาจมีกรรมในบ้างกรณี)
ประธาน + กริยา = สุนัข + เห่า
ประธาน + กริยา + กรรม = เธอ + ชอบ + ดอกไม้
ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + ขยายกริยา = นักศึกษา + สาวสวยคนนั้น + เรียน + เก่งมาก
ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกรรม = กระรอก + ตัวนั้น + กัด + ชมพู่ + หลายลูก ประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกรรม + ขยายกริยา = โฆษก + แนะนำ + นักร้อง + คนสวย + อย่างละเอียด
ตัวอย่าง การจัดการเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด + เป็นสิ่งสำคัญ
3.2 การเรียบเรียงประโยคความรวม
3.2.1 การใช้คำเชื่อม
3.2.1.1 การเชื่อมประโยคที่มีความสัมพันธ์กันทางเวลา
เช่น ขณะที่_ก็, พอ_ก็, กว่า_ก็, เมื่อ, ระหว่างที่, แล้ว, แล้วก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้
3.2.1.2 การเชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เนื่องจาก, เพราะ, จน, จึง, เพื่อ, ถ้า, ถ้า_ก็ เป็นต้น ตัวอย่าง เมื่อร่างกายสะสมไขมันไว้มาก พลังงานในร่างกายก็จะมีมากขึ้น
3.2.1.3 การเชื่อมประโยคในทำนองเดียวกัน เช่น และ, ทั้ง_และ เป็นต้น
ตัวอย่าง ผู้ชายคนนั้นเรียนเก่งและเป็นคนดี
3.2.1.4 การเชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้ง เช่น แต่, แต่ทว่า, แม้กระนั้น, แม้_ก็, ถึง_ก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาไม่ดีแต่เรียกเก่งมาก
3.2.1.5 การเชื่อประโยคที่เป็นตัวเลือก เช่น หรือ, หรือไม่ก็
ตัวอย่าง คุณจะไปเที่ยวกับฉันหรือจะกลับบ้าน
3.2.1.6 การเชื่อมคำที่มีใช้ขยายความ เช่น เหมือน, โดย ตัวอย่าง เขาเตรียมตัวสอบโดยอ่านหนังสือทุกวัน 3.2.2 การละคำ
ตัวอย่าง
เธอเป็นคนพูดเพราะ
เธอเป็นคนเอาใจเก่ง
เพื่อนร่วมงานทุกคนรักเธอ
เพื่อนร่วมงานทุกคนเอ็นดูเธอ
= เธอเป็นคนพูดเพราะและเอาใจเก่ง เพื่อนร่วมงานทุกคนจึงรักและเอ็นดูเธอ
3.2.3 การแทนคำ
ตัวอย่าง
พวกเราไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต
พวกเราต้องอ่านหนังสือสอบ
= พวกเราไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตเพราะต่างก็ต้องอ่านหนังสือสอบ
3.3 การเรียบเรียงประโยคคำซ้อน
3.3.1 ประโยคคำซ้อนที่มีประโยคความเดียวขยายนาม
โดยใช้คำว่า ที่, ซึ่ง, ผู้, อัน นำหน้าประโยคขยาย
ตัวอย่าง
การหัวเราะเป็นยาขนานหนึ่ง
การหัวเราะขจัดโรคทางกายได้
= การหัวเราะเป็นยาขนานหนึ่งซึ่งขจัดโรคทางกายได้
3.3.2 ประโยคความซ้อนที่มีประโยคความเดียวขยายกริยา
ใช้คำว่า ที่, ว่า นำหน้าประโยคขยาย
ตัวอย่าง
พ่อแม่มีความสุข
ลูกเป็นเด็กดี
= พ่อแม่มีความสุขที่ลูกเป็นเด็กดี
3.3.3 ประโยคความรวมที่ประกอบด้วยประโยคความเดียวหลายประโยค
ตัวอย่าง เขายินดีฟังคำวิจารณ์ของคนอื่น และใช้คำวิจารณ์นั้นให้เป็นประโยชน์แทนที่จะโกรธคนวิจารณ์
3.3.4 ประโยคซ้อนที่มีประโยคขยายประโยค ตัวอย่าง เขาเป็นฆราวาสผู้มีวัตรปฏิบัติอันงดงามเสมอมา ผู้มีวัตรปฏิบัติ ขยาย เข้าเป็นฆราวาส / อันงดงามเสมอมา ขยาย ผู้มีวัตรปฏิบัติ
2. ชนิดของประโยค ประโยคมี 3 ชนิด
2.1 ประโยคความเดียว
ตัวอย่าง นักศึกษากลุ่มนี้ขยันมาก
ปล.กริยาของประโยคได้แก่ ขยัน เป็น สิ้นสุด คิดทำลาย ช่วยสมาน คือ ตามลำดับ
2.2 ประโยคความรวม
ตัวอย่าง เขาขาดเรียนบ่อยจึงเรียนไม่ทันเพื่อน
เขาขาดเรียนบ่อย = ประโยคความเดียว , จึง = คำเชื่อม , เรียนไม่ทันเพื่อน = ประโยคความเดียว
ปล.คำเชื่อมของประโยคได้แก่ จึง ถ้า นอกจาก ถึงแม้ว่า_ก็ แต่ ตามลำดับ
2.3ประโยคคำซ้อน คือประโยคความเดียวที่มีความสำคัญไม่เท่ากันซ้อนกันอยู่
ตัวอย่าง กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก
กล้วย = ภาคประธาน , เป็นผลไม้ = ภาคแสดง , ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก = ส่วนขยายภาพแสดง
3. การเรียบเรียงประโยคความเดียว
3.1 การเรียบเรียงประโยคความเดียว
ประโยคความเดียว = 1 ภาคประธาน + 1 ภาคแสดง (อาจมีกรรมในบ้างกรณี)
ประธาน + กริยา = สุนัข + เห่า
ประธาน + กริยา + กรรม = เธอ + ชอบ + ดอกไม้
ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + ขยายกริยา = นักศึกษา + สาวสวยคนนั้น + เรียน + เก่งมาก
ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกรรม = กระรอก + ตัวนั้น + กัด + ชมพู่ + หลายลูก ประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกรรม + ขยายกริยา = โฆษก + แนะนำ + นักร้อง + คนสวย + อย่างละเอียด
ตัวอย่าง การจัดการเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด + เป็นสิ่งสำคัญ
3.2 การเรียบเรียงประโยคความรวม
3.2.1 การใช้คำเชื่อม
3.2.1.1 การเชื่อมประโยคที่มีความสัมพันธ์กันทางเวลา
เช่น ขณะที่_ก็, พอ_ก็, กว่า_ก็, เมื่อ, ระหว่างที่, แล้ว, แล้วก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้
3.2.1.2 การเชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เนื่องจาก, เพราะ, จน, จึง, เพื่อ, ถ้า, ถ้า_ก็ เป็นต้น ตัวอย่าง เมื่อร่างกายสะสมไขมันไว้มาก พลังงานในร่างกายก็จะมีมากขึ้น
3.2.1.3 การเชื่อมประโยคในทำนองเดียวกัน เช่น และ, ทั้ง_และ เป็นต้น
ตัวอย่าง ผู้ชายคนนั้นเรียนเก่งและเป็นคนดี
3.2.1.4 การเชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้ง เช่น แต่, แต่ทว่า, แม้กระนั้น, แม้_ก็, ถึง_ก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาไม่ดีแต่เรียกเก่งมาก
3.2.1.5 การเชื่อประโยคที่เป็นตัวเลือก เช่น หรือ, หรือไม่ก็
ตัวอย่าง คุณจะไปเที่ยวกับฉันหรือจะกลับบ้าน
3.2.1.6 การเชื่อมคำที่มีใช้ขยายความ เช่น เหมือน, โดย ตัวอย่าง เขาเตรียมตัวสอบโดยอ่านหนังสือทุกวัน 3.2.2 การละคำ
ตัวอย่าง
เธอเป็นคนพูดเพราะ
เธอเป็นคนเอาใจเก่ง
เพื่อนร่วมงานทุกคนรักเธอ
เพื่อนร่วมงานทุกคนเอ็นดูเธอ
= เธอเป็นคนพูดเพราะและเอาใจเก่ง เพื่อนร่วมงานทุกคนจึงรักและเอ็นดูเธอ
3.2.3 การแทนคำ
ตัวอย่าง
พวกเราไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต
พวกเราต้องอ่านหนังสือสอบ
= พวกเราไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตเพราะต่างก็ต้องอ่านหนังสือสอบ
3.3 การเรียบเรียงประโยคคำซ้อน
3.3.1 ประโยคคำซ้อนที่มีประโยคความเดียวขยายนาม
โดยใช้คำว่า ที่, ซึ่ง, ผู้, อัน นำหน้าประโยคขยาย
ตัวอย่าง
การหัวเราะเป็นยาขนานหนึ่ง
การหัวเราะขจัดโรคทางกายได้
= การหัวเราะเป็นยาขนานหนึ่งซึ่งขจัดโรคทางกายได้
3.3.2 ประโยคความซ้อนที่มีประโยคความเดียวขยายกริยา
ใช้คำว่า ที่, ว่า นำหน้าประโยคขยาย
ตัวอย่าง
พ่อแม่มีความสุข
ลูกเป็นเด็กดี
= พ่อแม่มีความสุขที่ลูกเป็นเด็กดี
3.3.3 ประโยคความรวมที่ประกอบด้วยประโยคความเดียวหลายประโยค
ตัวอย่าง เขายินดีฟังคำวิจารณ์ของคนอื่น และใช้คำวิจารณ์นั้นให้เป็นประโยชน์แทนที่จะโกรธคนวิจารณ์
3.3.4 ประโยคซ้อนที่มีประโยคขยายประโยค ตัวอย่าง เขาเป็นฆราวาสผู้มีวัตรปฏิบัติอันงดงามเสมอมา ผู้มีวัตรปฏิบัติ ขยาย เข้าเป็นฆราวาส / อันงดงามเสมอมา ขยาย ผู้มีวัตรปฏิบัติ
ทบทวนวิชาภาษาไทย TH103 บทที่ 1
บทที่ 1 การสะกดคำให้ถูกต้อง
1.1 การใช้รูปพยัญชนะให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ราด-ลาด นิดชอบกินก๋วยเตี๋ยว__หน้ากุ้ง
1.2 การใช้สระรูปให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ใครจะไปสนใจ (ไยดี , ใยดี) คนขี้เหล้าเมายาอย่างเขา
1.3 การใช้รูปวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ร้านนี้มีเค๊กที่กินแล้วไม่อ้วน ต้องแก้เป็น เค้ก
2.การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมาย
2.1 การใช้คำที่มีรูปหรือเสียงคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่าง ตบแต่ง-ตกแต่ง เมื่อลูกสาวมีอายุครบแก่การออกเรือน พ่อแม่จะจัดการ__ให้ตามประเพณี
2.2 การใช้คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่าง ชำนาญ-เชี่ยวชาญ-ช่ำชอง เขาเคยขับรถไปสิงห์บุรีมาหลายครั้ง เรียกได้ว่า__ทางทีเดียว
2.3 การใช้คำซ้อน
ตัวอย่าง วูบ-วูบวาบ เรือเอียง__เพราะผู้โดยสารลุกขึ้นพร้อม ๆ กัน
2.4 การใช้คำที่มีความหมายแฝง
ตัวอย่าง อาจารย์ทุกคนพยายามจะ(สอน,เสี้ยมสอน)ให้นักศึกษามีทั้งคุณวุฒิและคุณธรรม
3. การใช้คำให้เหมาะสม
3.1 การใช้คำให้เหมาะสมแก่บุคคล
ตัวอย่าง หากิน-ทำงาน อาจารย์มาสอนพิเศษที่นี่หรือค่ะ แหม มา__ไกลจังเลยนะคะ
3.2 การใช้คำความหมายกว้าง-แคบให้เหมาะสม
3.2.1 การใช้คำความหมายแคบ
ตัวอย่าง เธอช่วยไปซื้อ(เครื่องเขียน,ปากกา,ปากกาหมึกซึม)มาเขียนรายงานหน่อยสิ
3.2.2 การใช้คำความหมายกว้าง
ตัวอย่าง
ก: ถามจริง ๆ เถอะค่ะคุณหมอ คนไข้ที่มาบ่อย ๆ เป็นอะไรคะ
ข: อืม เป็นโรคร้ายแรงน่ะ
4. การใช้คำให้ถูกต้องตามชนิดคำ ตัวอย่าง คนเราต้องรู้จักระงับ(โกรธ,ความโกรธ)ลงบ้าง
5. การใช้คำไวยากรณ์ให้ถูกต้อง
5.1 คำลักษณนาม
ตัวอย่าง ทางรายการจะมอบรางวัลให้(สิบผู้โชคดี,ผู้โชคดีสิบคน)
5.2 คำบุพบท
"กับ" ใช้นำหน้าสรรนามที่เป็นผู้รับ
ตัวอย่าง ปุ่นไปซื้อคอมพิวเตอร์กับเพื่อนสนิด
"ต่อ" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับต่อหน้า
ตัวอย่าง ประธานเสนอเรื่องต่อที่ประชุม
"แก่" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับ
ตัวอย่าง อาจารย์มอลรางวัลแก่นักศึกษาที่ได้คะแนนสูงสุด
"แด่" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับที่มีสถานภาพสูงกว่า
ตัวอย่าง อาจารย์และนักศึกษาถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์
"ของ" ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ
ตัวอย่าง ดินสอของฉัน
"แห่ง" ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ
ตัวอย่าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
"ด้วย" ใช้บอกความเป็นเคร่องใช้
ตัวอย่าง บีถูกตีด้วยไม้หน้าสาม
5.3 คำสันธาน
5.3.1 ใช้เชื่อมคำที่คล้อยตามกัน เช่น และ, ทั้ง_และ, เมื่อ_ก็, พอ_ก็, ครั้น_ก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง เมื่อถึงเวลา ฉันก็เข้าห้องสอบ
5.3.2 ใช้เชื่อมคำที่ขัดแย้งกัน เช่น แต่, ทว่า, แต่ทว่า, แม้แต่, แม้กระนั้น, กว่า_ก็, ถึง_ก็, แม้_ก็ เป็นต้น ตัวอย่าง แม้แต่เธอก็ไม่เห็นด้วยกับฉัน
5.3.3 ใช้เชื่อมคำที่เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เพราะ, จึง, เพราะ_จึง, เนื่องจาก_จึง เป็นต้น
ตัวอย่าง เพราะฝนตกหนัก ระดับน้ำจึงสูงขึ้น
5.3.4 ใช้เชื่อมความที่ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หรือ, มิฉะนั้น, มิฉะนั้น_ก็, ไม่เช่นนั้น เป็นต้น ตัวอย่าง เธอจะไปเที่ยวกับฉันหรือไม่
6. การใช้คำภาษาต่างประเทศให้เหมาะสม
ตัวอย่าง ฉันจะลงเรียนในช่วง(ซัมเมอร์,ฤดูร้อน) ปล.คำที่สามารถใช้ทับศัพท์ได้ เช่น เดอะมอลล์ บาสเกตบอล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
1.1 การใช้รูปพยัญชนะให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ราด-ลาด นิดชอบกินก๋วยเตี๋ยว__หน้ากุ้ง
1.2 การใช้สระรูปให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ใครจะไปสนใจ (ไยดี , ใยดี) คนขี้เหล้าเมายาอย่างเขา
1.3 การใช้รูปวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ร้านนี้มีเค๊กที่กินแล้วไม่อ้วน ต้องแก้เป็น เค้ก
2.การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมาย
2.1 การใช้คำที่มีรูปหรือเสียงคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่าง ตบแต่ง-ตกแต่ง เมื่อลูกสาวมีอายุครบแก่การออกเรือน พ่อแม่จะจัดการ__ให้ตามประเพณี
2.2 การใช้คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่าง ชำนาญ-เชี่ยวชาญ-ช่ำชอง เขาเคยขับรถไปสิงห์บุรีมาหลายครั้ง เรียกได้ว่า__ทางทีเดียว
2.3 การใช้คำซ้อน
ตัวอย่าง วูบ-วูบวาบ เรือเอียง__เพราะผู้โดยสารลุกขึ้นพร้อม ๆ กัน
2.4 การใช้คำที่มีความหมายแฝง
ตัวอย่าง อาจารย์ทุกคนพยายามจะ(สอน,เสี้ยมสอน)ให้นักศึกษามีทั้งคุณวุฒิและคุณธรรม
3. การใช้คำให้เหมาะสม
3.1 การใช้คำให้เหมาะสมแก่บุคคล
ตัวอย่าง หากิน-ทำงาน อาจารย์มาสอนพิเศษที่นี่หรือค่ะ แหม มา__ไกลจังเลยนะคะ
3.2 การใช้คำความหมายกว้าง-แคบให้เหมาะสม
3.2.1 การใช้คำความหมายแคบ
ตัวอย่าง เธอช่วยไปซื้อ(เครื่องเขียน,ปากกา,ปากกาหมึกซึม)มาเขียนรายงานหน่อยสิ
3.2.2 การใช้คำความหมายกว้าง
ตัวอย่าง
ก: ถามจริง ๆ เถอะค่ะคุณหมอ คนไข้ที่มาบ่อย ๆ เป็นอะไรคะ
ข: อืม เป็นโรคร้ายแรงน่ะ
4. การใช้คำให้ถูกต้องตามชนิดคำ ตัวอย่าง คนเราต้องรู้จักระงับ(โกรธ,ความโกรธ)ลงบ้าง
5. การใช้คำไวยากรณ์ให้ถูกต้อง
5.1 คำลักษณนาม
ตัวอย่าง ทางรายการจะมอบรางวัลให้(สิบผู้โชคดี,ผู้โชคดีสิบคน)
5.2 คำบุพบท
"กับ" ใช้นำหน้าสรรนามที่เป็นผู้รับ
ตัวอย่าง ปุ่นไปซื้อคอมพิวเตอร์กับเพื่อนสนิด
"ต่อ" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับต่อหน้า
ตัวอย่าง ประธานเสนอเรื่องต่อที่ประชุม
"แก่" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับ
ตัวอย่าง อาจารย์มอลรางวัลแก่นักศึกษาที่ได้คะแนนสูงสุด
"แด่" ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นผู้รับที่มีสถานภาพสูงกว่า
ตัวอย่าง อาจารย์และนักศึกษาถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์
"ของ" ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ
ตัวอย่าง ดินสอของฉัน
"แห่ง" ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ
ตัวอย่าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
"ด้วย" ใช้บอกความเป็นเคร่องใช้
ตัวอย่าง บีถูกตีด้วยไม้หน้าสาม
5.3 คำสันธาน
5.3.1 ใช้เชื่อมคำที่คล้อยตามกัน เช่น และ, ทั้ง_และ, เมื่อ_ก็, พอ_ก็, ครั้น_ก็ เป็นต้น
ตัวอย่าง เมื่อถึงเวลา ฉันก็เข้าห้องสอบ
5.3.2 ใช้เชื่อมคำที่ขัดแย้งกัน เช่น แต่, ทว่า, แต่ทว่า, แม้แต่, แม้กระนั้น, กว่า_ก็, ถึง_ก็, แม้_ก็ เป็นต้น ตัวอย่าง แม้แต่เธอก็ไม่เห็นด้วยกับฉัน
5.3.3 ใช้เชื่อมคำที่เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เพราะ, จึง, เพราะ_จึง, เนื่องจาก_จึง เป็นต้น
ตัวอย่าง เพราะฝนตกหนัก ระดับน้ำจึงสูงขึ้น
5.3.4 ใช้เชื่อมความที่ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หรือ, มิฉะนั้น, มิฉะนั้น_ก็, ไม่เช่นนั้น เป็นต้น ตัวอย่าง เธอจะไปเที่ยวกับฉันหรือไม่
6. การใช้คำภาษาต่างประเทศให้เหมาะสม
ตัวอย่าง ฉันจะลงเรียนในช่วง(ซัมเมอร์,ฤดูร้อน) ปล.คำที่สามารถใช้ทับศัพท์ได้ เช่น เดอะมอลล์ บาสเกตบอล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
